หลายครั้งที่เราพูดคุยกันในประเด็นที่ว่า ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาซื้อ เรามักจะเจาะจงลงไปที่เทคนิคการขาย การทำการตลาด หรือการใส่ใจบริการ แต่น้อยครั้งนักที่เราจะหันกลับมาพูดถึงการวางแผนตั้งแต่ต้นว่า เราจะขายสินค้าอย่างไรให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า และสร้างวงจรให้เขาอยากกลับมาซื้อซ้ำ
วันนี้ The Highlight Shop จะชวนไปดู Dive Info ร้านดำน้ำที่น่าสนใจจากวิธีการวางสินค้าและบริการให้ครอบคลุม Journey ของลูกค้า ตั้งแต่วันที่ลูกค้ายังเป็นผู้เริ่มต้น ไปจนถึงวันที่พร้อมพัฒนาตัวเองสู่ระดับมืออาชีพ
Dive Info ร้านขายอุปกรณ์ดำน้ำที่นำพาลูกค้าไปได้ไกลกว่าก้นมหาสมุทร
เว็บไซต์ของร้านมีทั้งอุปกรณ์ดำน้ำ คอร์สเรียน ทริปดำน้ำ Technical Diving และ IDC หรือ Instructor Development Course นำเสนอลูกค้า ในขณะที่ร้านนั้น ก็สื่อสารถึงตัวเองด้วยแนวคิด “ALL ABOUT DIVING” และ “Twenty Years of Trust”
ซึ่งเมื่อมองสิ่งเหล่านี้รวมกัน เราจึงเห็นภาพของธุรกิจที่สามารถเดินทางไปพร้อมกับลูกค้าได้ ตั้งแต่ก้าวแรก ไปจนถึงวันที่ลูกค้าพร้อมก้าวไปอีกระดับ
‘การทดลอง’ จุดเริ่มต้นของความเชื่อใจ
“เราจะชอบการดำน้ำไหม?” นี่อาจเป็นคำถามที่อยู่ในใจของผู้ที่อยากจะเริ่มต้นดำน้ำหลาย ๆ คน ที่อยากจะลองกิจกรรมทางน้ำแบบนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะเหมาะกับตัวเองหรือไม่ และถ้าจะลอง ต้องเริ่มอย่างไร ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง หรืออะไรคือสิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้าร่วม
ที่ร้าน Dive Info มีบริการ Try Dive สำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจว่าจะชอบหรือสามารถดำน้ำได้หรือไม่ โดยให้ทดลองดำน้ำในสระว่ายน้ำก่อน จากนั้นหากสนใจ ก็สามารถต่อยอดไปสู่หลักสูตรเรียนดำน้ำในระดับต่าง ๆ ได้
อีกทั้งบนเว็บไซต์ยังมีหลักสูตรตั้งแต่ Open Water ซึ่งเป็นหลักสูตรเริ่มต้น ไปจนถึง Advanced Open Water, Specialty, Divemaster และหลักสูตร Technical Diving รวมถึง IDC สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาต่อในระดับมืออาชีพด้วย
ซึ่งจุดนี้ทำให้เราเริ่มมองเห็นแล้วว่า ความสัมพันธ์ระหว่างร้านค้ากับลูกค้า ไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเริ่มต้นได้จากการ นำพาลูกค้าเข้าสู่โลกของร้านค้า ให้ได้กล้าทดลองทำสิ่งที่สนใจ และเมื่อค้นพบว่าตัวเองชอบ ก็สามารถก้าวต่อไปกับร้านได้
เมื่อความชอบพัฒนา ความต้องการก็ย่อมเปลี่ยน
เมื่อเริ่มดำน้ำจริงจังมากขึ้น ความต้องการของลูกค้าก็ย่อมไม่เหมือนเดิม จากคนที่เคยต้องการเพียงประสบการณ์ทดลอง อาจกลายเป็นนักดำน้ำที่ต้องการอุปกรณ์ของตัวเอง เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น ลูกค้าก็จะเริ่มมองหาอุปกรณ์ที่เหมาะกับรูปแบบการดำน้ำและทักษะของตัวเองมากขึ้น
ที่ร้าน Dive Info มีอุปกรณ์สำหรับนักดำน้ำในหลายระดับให้ลูกค้าเลือก รวมถึงมีสินค้าจากแบรนด์เฉพาะทาง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Technical Diving เช่น Dive Computer, Fins และอุปกรณ์จากแบรนด์อย่าง Dive Rite, Hollis, Suunto และ Garmin มารองรับความต้องการของลูกค้า

บางผลิตภัณฑ์ยังมีรายละเอียดทางเทคนิคค่อนข้างลึก เช่น Dive Computer ที่ระบุโหมดการใช้งาน ความลึกที่รองรับ ระบบ Nitrox และฟังก์ชันต่าง ๆ อย่างละเอียดบนหน้าสินค้า
ซึ่งหากลูกค้าต้องการข้อมูลสินค้าอย่างละเอียดนอกเหนือจากข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ ก็สามารถติดต่อสอบถามทางร้านเพิ่มเติมได้ โดยเว็บไซต์มีช่องทางติดต่อสำหรับสอบถามสินค้า รวมถึงมีหน้าร้านตั้งอยู่บนสุขุมวิท ติด BTSทองหล่อ ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของร้านกาแฟ Glow
สินค้าทุกชิ้นไม่ได้ถูกนำเสนอเพื่อขาย แต่สามารถถูกมองเป็นตัวช่วยสนับสนุนกิจกรรมของลูกค้า ให้เขาได้ทำสิ่งที่รักได้อย่างเต็มที่
จากการเรียนรู้ สู่การออกไปเจอโลกใต้น้ำ
เส้นทางของนักดำน้ำเพิ่งเริ่มต้นหลังเรียนจบ หลังจากมีความรู้และอุปกรณ์แล้ว สิ่งที่นักดำน้ำต้องการต่อไปคือ ประสบการณ์จริง
ที่ร้านนี้ มีบริการทริปดำน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ และออกแบบให้รองรับทั้งนักดำน้ำที่มี Buddy อยู่แล้ว รวมถึงคนที่ยังไม่มีกลุ่มดำน้ำของตัวเอง และสำหรับผู้ที่มีบัตรดำน้ำอยู่แล้ว แต่ห่างหายจากการดำน้ำไปนานหรือยังไม่มั่นใจในทักษะ ทางร้านยังมี Refresh Skill ในราคาพิเศษสำหรับผู้ที่จองทริปกับทางร้าน เพื่อช่วยทบทวนทักษะก่อนออกเดินทางให้ด้วย

แม้แต่กลุ่มนักดำน้ำขนาดเล็ก 2–4 คน ที่ต้องการเดินทางในช่วงวันหรือเวลาที่ไม่ได้มีระบุไว้ในตารางของร้าน ก็สามารถสอบถามทางร้านเพื่อจัดหาเรือสำหรับกลุ่มย่อยได้ตามความต้องการ
เมื่อมองร้านนี้ในภาพรวม เราจะเห็นการออกแบบบริการที่พยายามครอบคลุมหลายช่วงของ Journey ของคนที่รักการดำน้ำ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยมีสินค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมในแต่ละช่วงอย่างเป็นธรรมชาติ
เชื่อมสินค้าเข้ากับทุก Journey ของลูกค้า
เว็บไซต์ของ Dive Info ทำหน้าที่เป็นจุดรวมข้อมูลที่เชื่อม Equipment, Courses, Trips และ Technical Diving ไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาหาข้อมูลในช่วงต่าง ๆ ของ Journey ได้จากพื้นที่ออนไลน์เดียวกัน
- เมื่อสนใจสินค้า ลูกค้าสามารถดูรายละเอียด Product Page และเลือกซื้อหรือสอบถามกับร้านได้
- เมื่อสนใจเรียน สามารถเข้าดูหลักสูตรต่าง ๆ ได้
- เมื่ออยากออกทริป ก็เข้าดูรายละเอียดและติดต่อเพื่อสอบถามหรือจองทริปกับร้านได้ทันที
และเมื่อกลายเป็นลูกค้าของร้านแล้ว ยังมี Membership ที่เชื่อมการใช้จ่ายเข้ากับสินค้า ทริป และคอร์ส โดยทุกการใช้จ่าย 50 บาทจะได้รับ 1 คะแนน และทุก 1 คะแนนสามารถใช้แทน 1 บาทในการซื้อสินค้า ทริป หรือคอร์สของร้านได้ รวมถึงมีสิทธิ์รับข่าวสารและโปรโมชั่นก่อนใครด้วย

จึงเห็นได้ว่าเครื่องมือออนไลน์ของร้านไม่ได้มีหน้าที่เพียงขายของออนไลน์ แต่ช่วยให้ลูกค้าสามารถกลับมาเชื่อมต่อกับร้านได้ในหลายช่วงเวลาของการเดินทาง
- อยากเริ่มเรียน – เว็บไซต์ช่วยให้ค้นหาคอร์ส
- อยากได้อุปกรณ์ – เว็บไซต์ช่วยให้ค้นหาสินค้า
- อยากออกทริป – เว็บไซต์ช่วยให้ดูและวางแผนการเดินทาง
- ต้องการคำแนะนำ – มีช่องทางติดต่อร้านโดยตรง
- เป็นลูกค้าแล้ว – Membership ช่วยสร้างเหตุผลให้กลับมาอีก
ออนไลน์จึงทำหน้าที่เหมือน สะพานที่เชื่อมแต่ละ Touchpoint เข้าด้วยกัน
แล้วร้านค้าอื่นเรียนรู้อะไรจาก Journey นี้ได้บ้าง?
สิ่งที่น่าสนใจ คือการหาให้เจอว่า สินค้าหรือร้านของเรา สามารถเข้าไปช่วยอุดช่องโหว่ตรงไหนให้ลูกค้าได้บ้าง และเราจะคอย Support ความต้องการของลูกค้าให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริงได้อย่างไ คำถามที่ต้องคิดต่อคือ…
หลังจากลูกค้าซื้อแล้ว เขาจะนำสินค้าของเราไปไหนต่อ หรือสินค้าของเราจะไปอยู่ในชีวิตของเขาได้อย่างไรบ้าง?
คำตอบที่คุณได้ อาจเป็นโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ทั้งสินค้า บริการ คอนเทนต์ Community หรือประสบการณ์สร้างขึ้นมา สามารถเข้าไปรองรับก้าวต่อไป ๆ ในชีวิตของลูกค้าได้
และนี่ก็คือบทวิเคราะห์ร้าน Dive Info ร้านค้า The Highlight Shop ประจำเดือน ตุลาคม 2569 ของเรานั่นเอง หวังว่าเรื่องราวในวันนี้จะช่วยสร้างแนวทางหรือความเข้าใจในการออกแบบและวางแผนการขายให้กับร้านค้าอื่น ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ
ช่องทางติดต่อร้าน
- เว็บไซต์ – www.diveinfo.net
- Facebook – www.facebook.com/diveinfo
- IG – www.instagram.com/dive_info


