เพิ่งผ่านพ้นเทศกาล “ตรุษจีน” มาหมาด ๆ เชื่อว่าเจ้าของร้านออนไลน์หลายคนน่าจะเพิ่งได้พักหายใจทั่วท้องเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ หลังจากที่รัวแคมเปญมาตั้งแต่ปีใหม่จนถึงมหกรรมอั่งเปาฟีเวอร์
ในทุก ๆ ที่เปิดปีใหม่ เรามักจะเริ่มเดินเครื่องด้วยความหวัง ตั้งเป้ายอดขายไว้สูงลิ่ว เตรียมขยายสินค้าใหม่ แต่พอเริ่มเดินเครื่องจริงในเดือนกุมภาพันธ์ หลายร้านกลับเริ่มรู้สึกว่า “ทุกอย่างดูหนักกว่าที่คิด” แม้ยอดขายจะเริ่มนิ่งลงตามจังหวะปกติ แต่ความวุ่นวายหลังบ้านกลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วย
คำถามที่น่าสนใจคือ… ทำไมพอเข้าต้นปีแล้ว ทุกอย่างถึงดูเหนื่อยกว่าช่วง Peak Season เสียอีก?
ความจริงที่คือ “ต้นปีไม่ใช่ช่วงที่ปัญหาเกิดใหม่ แต่คือช่วงที่ปัญหาเดิมถูกขยายให้เห็นชัดขึ้นต่างหาก”
ทำไมต้นปีถึงเป็นช่วงที่เราเห็นปัญหาชัดที่สุด?
ปัญหาที่ร้านออนไลน์เจอบ่อยช่วงต้นปี มักเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- พฤติกรรมผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายหลังเทศกาล
- ระบบจัดการสต็อกไม่สอดคล้องกับความต้องการจริง
- ขาดข้อมูลรายงานที่ใช้ตัดสินใจเชิงโครงสร้าง


ในช่วงปลายปีจนถึงตรุษจีน ทุกคนอยู่ในโหมดเร่งขาย ยอดขายที่พุ่งสูงมักจะทำหน้าที่กลบความผิดพลาดของระบบเอาไว้ เราอาจจะส่งของช้าบ้าง สต็อกเพี้ยนบ้าง หรือตอบแชทหลุดไปบ้าง แต่เพราะยอดเงินที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้เรามองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป
และเมื่อเข้าสู่จังหวะที่ช้าลงหลังจบเทศกาล กระแสยอดขายเริ่มนิ่ง ลูกค้าเริ่มกลับไปใช้ชีวิตปกติ ช่วงที่ยอดนิ่งนี่แหละค่ะ คือช่วงที่ความวุ่นวายหลังบ้านเริ่มเห็นชัดที่สุด ร้านที่ระบบยังไม่แข็งแรงพอ จะเริ่มรู้สึกถึง “ความเหนื่อย” ที่สะสมมา เริ่มส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้
5 ปัญหาที่ร้านออนไลน์เจอบ่อยในทุก ๆ ปี
ลองเช็กดูว่าในบรรดา 5 ข้อที่เรากล่าวมานี้ มีข้อไหนที่ทำให้คุณต้องกลับมานั่งกังวลใจบ้างหรือเปล่า?
1. สต็อกค้าง หรือสต็อกขาด หลังตรุษจีน
เป็นเรื่องคลาสสิกที่เจ็บปวดที่สุด ของที่เตรียมไว้รับตรุษจีนกลับเหลือเต็มคลังกลายเป็นเงินจม ในขณะที่ของบางตัวที่ควรจะขายต่อได้ยาว ๆ กลับหมดสต็อกกะทันหันจนเสียโอกาสการขาย เพราะเรามักจะติดภาพจำจากช่วง Peak Season จนประเมิน Demand หรือความต้องการของลูกค้าผิดพลาดไป
2. ยอดตกหลังอั่งเปาในกระเป๋าลูกค้าหมดเกลี้ยง
ช่วงตรุษจีนลูกค้ามีกำลังซื้อสูงจากเงินโบนัสและอั่งเปา แต่พอเข้าปลายเดือนกุมภาพันธ์ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเริ่ม “คิดเยอะขึ้น” ร้านที่พึ่งพาแต่การลดราคาหรือร่วมแคมเปญเพียงอย่างเดียวจะเริ่มเจ็บหนัก เพราะไม่มีระบบที่ช่วยดึงลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำได้เอง
3. ลูกค้าเดิมเงียบ ลูกค้าใหม่ก็หายาก และแพง
หลังเทศกาลใหญ่ ค่าโฆษณามักจะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากการแข่งขันที่สูง ร้านที่ไม่มีข้อมูลลูกค้าเก่า หรือไม่มีระบบ CRM จะรู้สึกเหมือนต้องนับหนึ่งใหม่ทุกวัน ต้องจ่ายเงินหาคนใหม่ตลอดเวลา ทั้งที่ลูกค้าที่เพิ่งซื้อไปนั่นคือโอกาสที่มีต้นทุนการเข้าถึงต่ำที่สุด
4. ระบบหลังร้านเริ่มตามความเติบโตไม่ทัน
คุณอาจพบว่า พอยอดขายเพิ่มขึ้นเพียงนิดเดียว งานแอดมินกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทุกอย่างยังต้องพึ่งพาตัวบุคคลมากเกินไป เมื่อทีมงานล้า ความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดก็ตามมา ธุรกิจที่โตเร็วกว่าระบบจะทำให้เจ้าของร้านเหนื่อยเร็วขึ้นและวนอยู่กับงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
5. ตั้งเป้าใหญ่ แต่ตัดสินใจบนความรู้สึก
เราอยากโตขึ้นในปีนี้ แต่เรายังตอบไม่ได้ชัดเจนว่า สินค้าตัวไหนกำไรดีที่สุด หรือช่องทางไหนคุ้มค่าโฆษณาจริง ๆ ธุรกิจที่ตัดสินใจจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว อาจโตได้ในช่วงสั้น ๆ แต่จะไม่สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
4 คำถาม ที่ควรถามให้ชัดเจนก่อนเดินหน้าต่อ
ก่อนจะรีบแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มงบโฆษณา ลองหยุดแล้วถามตัวเองด้วย 4 ข้อนี้เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างร้านใหม่เสียก่อน
- วันนี้เรารู้กำไรสุทธิจริง ๆ ไหม? (หลังหักค่าธรรมเนียมและค่าโฆษณาทั้งหมดแล้วเหลือเท่าไหร่)
- สต็อกที่มีอยู่ตอนนี้ เราคุมได้แม่นยำโดยไม่ต้องรอเช็กหน้าคลังหรือเปล่า?
- ถ้ายอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าในเดือนหน้า ระบบหลังบ้านเราจะพังหรือยังแข็งแรง?
- เรามีวิธีดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำ โดยไม่ต้องพึ่งพาโฆษณาเพียงอย่างเดียวอย่างไร?
คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้กดดัน แต่ช่วยให้คุณเห็นว่า “ควรเริ่มแก้ไขระบบการทำงานจากจุดไหนก่อน” เพื่อไม่ให้ความเหนื่อยสูญเปล่า โดยไม่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
คำถามในใจเจ้าของร้านค้าออนไลน์
Q: ทำไมร้านออนไลน์มักเจอปัญหายอดขายตกช่วงหลังกุมภาพันธ์?
A: ยอดขายตกช่วงหลังกุมภาพันธ์เป็นเรื่องปกติของพฤติกรรมผู้บริโภคหลังเทศกาลใหญ่ เพราะเป็นช่วงชะลอการใช้จ่ายหลังเทศกาลใหญ่ (Post-holiday slump) ประกอบกับการแข่งขันในตลาดโฆษณาที่สูงขึ้น ร้านที่ไม่มีระบบ CRM เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำจากฐานลูกค้าเดิมจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
Q: วิธีรับมือกับปัญหาสต็อกไม่สมดุลหลังจบเทศกาลทำอย่างไร?
A: ควรเปลี่ยนจากการใช้ความรู้สึกมาเป็นการใช้รายงานวิเคราะห์ยอดขายย้อนหลัง เพื่อดูอัตราการหมุนเวียนสินค้า (Inventory Turnover) และวางแผนระบายสต็อกค้างคาผ่านโปรโมชันเฉพาะกลุ่ม เพื่อดึงเงินสดกลับมาหมุนเวียนในร้าน
Q: ควรเตรียมตัวเรื่องภาษีร้านค้าออนไลน์อย่างไรในช่วงต้นปี?
A: ภาษีไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าคุณมีระบบหลังบ้านที่เป๊ะ การมีข้อมูลออเดอร์และรายงานรายได้ที่รวมจากทุกช่องทางไว้ในที่เดียว จะช่วยให้การสรุปตัวเลขเพื่อยื่นภาษีเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำ
ต้นปีคือช่วงเวลาปรับรากฐาน เพื่อการเติบโตที่มั่นคง
ปัญหาที่ร้านออนไลน์เจอบ่อยในช่วงต้นปีไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจของคุณกำลังจะก้าวไปอีกขั้น และระบบเดิมอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป
ร้านที่ไปต่อได้ในปีนี้ ไม่ใช่ร้านที่ไม่มีปัญหา แต่คือร้านที่เห็นปัญหาเร็ว แล้วเลือก “แก้ที่โครงสร้าง” ซึ่ง LnwShop ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพรวมธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น จัดระเบียบได้ตั้งแต่สต็อกไปจนถึงรายงานกำไรที่แท้จริง
เมื่อคุณเริ่มจัดระเบียบข้อมูลธุรกิจให้ชัดเจน สิ่งที่ตามมาคือเรื่องภาษีที่จะไม่เป็นยาขมอีกต่อไป เพราะเมื่อตัวเลขหลังบ้านถูกต้อง ข้อมูลทุกอย่างจะพร้อมให้คุณหยิบไปใช้งานได้ทันที
ก่อนจะตัดสินใจเพิ่มงบโฆษณาในเดือนหน้า ลองเริ่มจากการเช็กโครงสร้างร้านของคุณในวันนี้ เพื่อให้การเติบโตในปีนี้เป็นโอกาสที่ยั่งยืน ไม่ใช่ภาระที่หนักกว่าเดิม
LnwShop — Build Right. Grow Forward. ทดลองใช้งานระบบเพื่อร้านค้าออนไลน์ www.lnwshop.com

