VING Banner

ในวันที่ตลาดออนไลน์เต็มไปด้วยแบรนด์ที่พยายามวิ่งให้เร็ว ลดให้แรง หรือพูดให้ดังที่สุด มีเพียงไม่กี่ร้านค้าที่เลือกจะหยุด เพื่อถามตัวเอง ให้แน่ชัดก่อนว่า เราอยากยืนอยู่ตรงจุดไหนในสนามนี้กันแน่

VING คือหนึ่งในร้านที่ไม่ได้เติบโตจากการแข่งขัน แต่เติบโตจากการเลือกสิ่งที่ใช่และเหมาะสมกับแบรนด์ของตัวเอง และไม่เลือกในบางสิ่ง เพื่อให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ชัดเจนและไม่เหมือนใคร เช่น ไม่เลือกขายให้ทุกคน, ไม่เลือกตามทุกเทรนด์ และไม่เลือกใช้เสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจ

ความน่าสนใจของร้านนี้จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกับบทความ The Highlight Shop ในเดือนนี้กันค่ะ

ตลาดที่ทุกคนวิ่งเร็ว…แต่ VING เลือกยืนในแบบของตัวเอง

ถ้ามองผิวเผิน ตลาดสินค้าแนว Active / Lifestyle ดูเหมือนจะมีพื้นที่ที่จำกัด เพราะสินค้าคล้ายกัน ดีไซน์ใกล้กัน ราคาไล่เลี่ยกัน และโปรโมชันที่ผลัดกันแรงขึ้นทุกฤดูกาล ทำให้หลายแบรนด์เลือกที่จะเร่งให้ร้านของตัวเองอยู่ในจุดที่โดดเด่นที่สุด เร่งออกสินค้าใหม่, เร่งสื่อสาร หรือ เร่งปิดการขาย

แต่ในอีกมุมนึงก็มีอีกหลายแบรนด์ที่เลือกจะปั้นตัวตนขึ้นมาเงียบ ๆ เพื่อรอวันและเวลาที่เหมาะสม ที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในจุดยืนที่แบรนด์เชื่อ

Banner VING
[ภาพประกอบจากเว็บไซต์]

การไม่แข่ง…คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

การไม่พุ่งกระโจนสู่สนามแข่งของร้านนี้ไม่ใช่การถอยหลัง แต่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างมีสติ

ทางร้านไม่พยายามเป็นทุกอย่างให้ทุกคน ไม่พยายามตอบทุกดีมานด์ของตลาด และไม่จำเป็นต้องวิ่งตามคำว่า “ขายดี” ตลอดเวลา

สิ่งที่แบรนด์เลือกทำ คือ

  • เลือกกลุ่มลูกค้าที่มี Mindset ใกล้กัน
  • เลือกสินค้าที่สะท้อนวิธีใช้ชีวิตจริง
  • เลือกสื่อสารเฉพาะสิ่งที่แบรนด์เชื่อ

ผลลัพธ์คือ ร้านไม่ต้องแข่งขันด้วยราคา แต่หันมาแข่งขันด้วยความเข้าใจสินค้า ลูกค้า และตลาด

ร้านที่โตอย่างยั่งยืน มักไม่ได้เริ่มจากการขายเก่ง แต่เริ่มจากการรู้ว่า อะไรไม่ควรขาย

จากสินค้า → ตัวตน → ไลฟ์สไตล์

หลายร้านเริ่มจากการหาสินค้ามาขาย แต่ร้านนี้เริ่มจากการนิยามตัวตน ด้วยการตอบคำถามว่า “เรากำลังพูดกับคนแบบไหนอยู่”

เมื่อคำตอบชัดเจนแล้ว สินค้า การออกแบบ และการสื่อสารทั้งหมด จึงกลายเป็นผลลัพธ์ของแนวคิดเดียวกัน

ร้านนี้ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย วิธีคิด และ จังหวะชีวิต แบบหนึ่ง

ลูกค้าจำนวนมากไม่ได้เข้ามาเพราะอยากได้ของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่เข้ามาเพราะรู้สึกว่า แบรนด์นี้เข้าใจเขา โดยไม่ต้องอธิบายเยอะ

ในโลกออนไลน์ เสียงดังไม่ได้แปลว่า คุณมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน และการสื่อสารเยอะ ไม่ได้แปลว่าคนเข้าใจคุณ

VING เลือกใช้ภาษาที่เรียบ ภาพที่นิ่ง และการเล่าเรื่องที่ไม่พยายามโน้มน้าวเกินจำเป็น ความสม่ำเสมอของแบรนด์ ตั้งแต่สินค้า ภาพ ไปจนถึงน้ำเสียง ทำให้ลูกค้าไม่ต้องใช้พลังในการ “ตีความ” ว่าแบรนด์ต้องการสื่ออะไร

แต่แค่เห็นภาพก็รู้ได้ทันที ว่ารองเท้าของร้านนี้ จะช่วยให้เขาวิ่งสบายอย่างไร จะเสริมการวิ่งของเขาให้ออกมาได้มีประสิทธิภาพแบบไหนเมื่อทุกอย่างพูดภาษาเดียวกัน แบรนด์จึงไม่ต้องอธิบายตัวเองซ้ำ

แบรนด์ที่ภาพหลักชัดเจน ไม่จำเป็นต้องย้ำว่าตัวเองคือใคร เพราะทุกจุดสัมผัสพูดแทนแบรนด์ได้หมดแล้ว

การเลือกยืน = การคัดลูกค้า (โดยไม่ต้องผลักใครออก)

ทางร้านไม่ได้ปิดประตูใส่ใคร แต่เปิดประตูให้คนที่ “รู้สึกใช่” เดินเข้ามาเอง

การไม่เร่งขาย การไม่ยัดเยียด และการไม่พูดเกินจริง ทำให้ลูกค้าที่เข้ามา รู้สึกปลอดภัย และรู้สึกว่าแบรนด์นี้น่าเชื่อถือ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช่แค่การซื้อครั้งเดียว แต่เป็นความผูกพันที่ค่อย ๆ สะสม

และนี่คือเหตุผลที่ลูกค้าของทางร้าน  ไม่จำเป็นต้องถูกกระตุ้นด้วยโปรโมชันแรง เพราะเขาจะกลับมาซื้อสินค้าอีกครั้ง…เพราะความเชื่อใจที่มีต่อแบรนด์อย่างแท้จริง

VING Shoes
[ภาพจาก Facebook : VingThailand]
VING Shoes
[ภาพจาก Facebook : VingThailand]

สินค้าของทางร้าน เติบโตด้วยนวัตกรรมที่จะมาเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การวิ่งของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบคำถามที่ว่า “จะเป็นอย่างไรถ้ารองเท้าแตะสามารถวิ่งมาราธอนได้?”

นี่จึงเป็นแรงผลักดันให้สินค้าของทางร้านมีการพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป้นที่รู้จักในหมู่นักวิ่งมาราธอนทั้งไทยและต่างประเทศ

เว็บไซต์ – พื้นที่ของแบรนด์ ไม่ใช่แค่ช่องทางขาย

สำหรับร้านนี้ เว็บไซต์ไม่ใช่แค่หน้าร้าน แต่คือ “พื้นที่แสดงตัวตน”

พื้นที่ที่แบรนด์สามารถ

  • อธิบายที่มาที่ไป
  • แสดงแนวคิด
  • และสื่อสารในจังหวะของตัวเอง

ในโลกที่แพลตฟอร์มโซเชียลเปลี่ยนกติกาตลอดเวลา เว็บไซต์คือพื้นที่เดียวที่แบรนด์ “ควบคุมได้ทั้งหมด”

ลูกค้าที่ค้นหาแบรนด์อย่างตั้งใจ มักมาถึงเว็บไซต์พร้อมคำถาม และถ้าคำตอบที่เจอ ชัด ตรง และจริงใจมากพอ
การตัดสินใจจะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องเร่งรัด

ร้านที่มีตัวตนชัด ควรมีพื้นที่ที่ตัวตนนั้นแสดงออกไม่ถูกกลบด้วยอัลกอริทึม

Website VING
[หน้าเว็บไซต์ www.shop.ving.run]

บทเรียนสำหรับร้านค้าออนไลน์

เรื่องราวของร้านนี้ไม่ได้บอกให้ทุกคน “ทำเหมือนกัน” แต่ชวนให้ร้านค้ากลับไปถามตัวเองว่า

  • เรารู้หรือยังว่าแบรนด์ยืนอยู่ตรงไหนในสนามแข่งนี้
  • เรากำลังพยายามแข่ง หรือกำลังสร้างพื้นที่ของตัวเอง
  • และเรากล้าพอไหมที่จะไม่วิ่งตามทุกเสียงรอบข้าง

เพราะในระยะยาว ร้านที่ไปได้ไกล ไม่ใช่ร้านที่ปรับตัวเร็วที่สุด แต่คือร้านที่ ไม่หลงทางระหว่างทาง


หากคุณคือร้านค้าที่กำลังมองหาเส้นทางของตัวเอง บางทีคำถามที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ “จะขายยังไงให้ได้มากขึ้น” แต่คือ “อยากให้แบรนด์ถูกจดจำในแบบไหน”

และทั้งหมดนี้ก็คือบทวิเคราะห์ร้าน VING ร้านค้า The Highlight Shop ประจำเดือน มกราคม 2569 ที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักมุมมองที่แตกต่างในการทำการตลาดในปีนี้ค่ะ

ช่องทางติดต่อร้าน