การค้าออนไลน์ของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ หลังภาครัฐเตรียมบังคับใช้ กฎหมาย Digital Platform Services (DPS) อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะการซื้อขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า สินค้าประเภทใดที่ถูกคุมเข้มเป็นพิเศษ, แพลตฟอร์มออนไลน์ลักษณะใดที่อยู่ภายใต้การกำกับของกฎหมาย DPS และผู้ขายควรเตรียมตัวอย่างไร ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้
ทำไมรัฐบาลต้องคุมเข้มการขายสินค้าออนไลน์
ข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าวประชาชาติธุรกิจ รายงานว่า ปัญหาหลักของการซื้อสินค้าออนไลน์ในปัจจุบัน คือ
- ลูกค้าได้รับสินค้าไม่ตรงปก
- สินค้าไม่มีคุณภาพ หรือไม่ผ่านมาตรฐาน
- สินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคโดยตรง
ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐจึงออกมาตรการและบทลงโทษเพื่อจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการออกประกาศเพิ่มเติมภายใต้ พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. 2565 หรือ “กฎหมาย Digital Platform Services (DPS)” โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)
โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งมีรายละเอียดสินค้าคุมเข้มดังนี้
สินค้ากลุ่มเสี่ยงต้องแสดงใบอนุญาต
กฎหมาย DPS ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งมีรายละเอียดสินค้าคุมเข้มดังนี้
- อาหารและอาหารเสริม
- เครื่องสำอาง
- เครื่องใช้ไฟฟ้า
- สินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน หรือใบอนุญาตเฉพาะ

สินค้ากลุ่มนี้จะต้องแสดงเลขทะเบียน ใบอนุญาต หรือใบจดแจ้ง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
หากไม่สามารถแสดงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ขายอาจถูกระงับสิทธิการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ได้
เปิดลิสต์ “สินค้าควบคุม” ที่ต้องแสดงใบอนุญาต
1. สินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับของ อย.
- อาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม
- ยาสามัญประจำบ้าน สมุนไพร
- เครื่องสำอาง
- เครื่องมือแพทย์
- วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน

2. สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณาจาก อย.
- ยา
- สมุนไพร
- อาหาร
- เครื่องมือแพทย์

3. สินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับของกรมปศุสัตว์
- อาหารสัตว์
- ยาสัตว์

4. สินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับของ สมอ.
- เครื่องใช้ไฟฟ้า
- หมวกกันน็อก
- วัสดุก่อสร้าง

เปิดรายชื่อ Marketplace 19 ภายใต้กฎหมาย DPS
ทั้งนี้ สาระสำคัญของประกาศฉบับล่าสุด คือการกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมให้แพลตฟอร์มดิจิทัลประเภท “ตลาดสินค้า” (Online Marketplace) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายสินค้า และมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินและพาณิชย์ รวมถึงอาจก่อให้เกิดผลกระทบในระดับสูงต่อสาธารณะ ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย DPS อย่างเคร่งครัด เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568
โดยปัจจุบันมีแพลตฟอร์มเจ้าดังที่เข้าข่ายดังกล่าว อาทิเช่น
- ช้อปปี้ (Shopee)
- ลาซาด้า (Lazada)
- ประกาศซื้อขายรถยนต์มือสอง (One2car.com)
- Grab
- ขายดี (Kaidee.com)
- SIA E-AUCTION SYSTEM
- LINE SHOPPING
- อาลีบาบา (Alibaba)
- NocNoc
- อลีเอ็กซ์เพรส (AliExpress)
- ดิสช็อป (Thisshop)
- รักเหมา (Rakmao)
- Taobao
- เอสซีจีโฮม (SCGHome)
- วันสยาม แอพพลิเคชัน (ONESIAM Application)
- เรดดี้พลาสติก อ๊อคชั่น (ReadyPlastic Auction)
- รูทส์แพลตฟอร์ม (ROOTS platform)
- เทอมู (TEMU)
- eBay
รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นที่อยู่ระหว่างการประกาศเพิ่มเติม แพลตฟอร์มเหล่านี้จะต้องปรับระบบภายในให้สอดคล้องกับกฎหมาย DPS ภายในระยะเวลาที่กำหนด
หน้าที่ใหม่ของแพลตฟอร์ม ต้องตรวจสอบ–รายงานภายใน 3 วัน
ภายใต้กฎหมาย DPS แพลตฟอร์ม Online Marketplace ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ให้ขายสินค้าอีกต่อไป แต่ต้องมีหน้าที่เพิ่มเติมอย่างชัดเจน เช่น
- เปิดเผยข้อมูลสินค้าและร้านค้าอย่างโปร่งใส
- มีระบบลงทะเบียนผู้ขาย (KYC) ที่น่าเชื่อถือ
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสินค้าและใบอนุญาต
- แจ้งเตือน ลบ ระงับ หรือปิดกั้นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
- มีกระบวนการ Notice and Take Down
- รายงานการดำเนินการต่อหน่วยงานกำกับ ภายใน 3 วัน
กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกสั่งระงับหรือยุติการให้บริการ พร้อมต้องมีมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย
สิ่งที่ผู้ขายบน Marketplace ต้องเร่งทำ
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแนะนำให้ร้านค้าเร่งเตรียมความพร้อมก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
- ลงทะเบียนและยืนยันตัวตน (KYC) บนแพลตฟอร์มให้ครบถ้วน
- ตรวจสอบสินค้าทั้งหมด และแยกสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาต อย./สมอ.
- เตรียมเอกสารและศึกษาขั้นตอนการขอใบอนุญาต เช่น การยื่นผ่านระบบออนไลน์ e-Submission
- ยื่นขอใบอนุญาตและจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบ
เมื่อกติกาชัดเจนขึ้น ร้านค้าจำเป็นต้องปรับตัว
สำหรับร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าในกลุ่มอาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งสำคัญในช่วงนี้ คือการเร่งตรวจสอบข้อมูลสินค้าและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการแสดงเลขทะเบียน ใบอนุญาต หรือใบจดแจ้ง ให้ถูกต้องครบถ้วนบนทุกช่องทางที่มีการวางขายสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกระงับการแสดงสินค้า หรือระงับสิทธิการขายบนแพลตฟอร์ม
ในกรณีของร้านค้าที่ขายสินค้าผ่านหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ของร้านเอง หรือแพลตฟอร์ม Marketplace ต่าง ๆ การจัดการข้อมูลสินค้าให้เป็นระบบ และสอดคล้องกันทุกช่องทาง จะช่วยให้ร้านค้าสามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้น เมื่อกติกาการกำกับดูแลเข้มงวดมากขึ้น
สำหรับร้านค้าที่ใช้งาน LnwShop ระบบของเราถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ร้านค้าสามารถจัดการข้อมูลสินค้า เช่น รายละเอียดสินค้า เอกสารประกอบ และข้อมูลสำคัญได้อย่างเป็นระบบ ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการแก้ไขข้อมูลหลายช่องทาง และช่วยให้ร้านค้าพร้อมรับมือกับข้อกำหนดของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บทสรุป
การบังคับใช้กฎหมาย DPS ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถือเป็นก้าวสำคัญของการจัดระเบียบอีคอมเมิร์ซไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค
สำหรับผู้ประกอบการแล้ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงขายที่ไหน แต่คือจะปรับวิธีการขายและการจัดการร้านอย่างไร ให้พร้อมต่อกติกาในอนาคต – นั่นต่างหาก คือสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ควรเริ่มคิดตั้งแต่วันนี้
แหล่งข้อมูล:
