2013-09-03_16-16-55          

ไม่ต้องลุ้นแล้วว่าตำแหน่งมหาอำนาจในโลกอี-คอมเมิร์ซจะมีใครมาแซงหน้าสหรัฐ นั่นก็คือ จีนแผ่นดินใหญ่นั่นเอง เพราะจำนวนประชากรที่มากที่สุดในโลก จึงส่งผลให้นักช้อปออนไลน์มากตามไปด้วยสถิติล่าสุดจากสำนักวิจัยของจีนอย่าง iResearch พบว่า ยอดนักช้อปออนไลน์จีนในปัจจุบันมีมากกว่า 240 ล้านคน (เกือบ 4 เท่าของประชากรของประเทศไทย) และในแต่ละวินาที มีเม็ดเงินทุ่มไปในการช้อปออนไลน์ถึง 120,000 บาทเลยทีเดียว

ดังนั้นโอกาสนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 สุดยอดเว็บอี-คอมเมิร์ซแบบภาคธุรกิจขายให้ผู้บริโภค หรือ B2C ของจีนแผ่นดินใหญ่กัน

1. Tmall.com

2013-09-03_15-45-14

เว็บน้องใหม่ที่แตกตัวมาจากเถาเป่า (taobao.com) ซึ่งเคลมว่าทุกร้านค้าที่นี่มีร้านค้าจริงในโลกออฟไลน์ มีการเก็บค่าบริการหลายหมื่นต่อปีเพื่อให้ระบบของเว็บในการอัปสินค้าขึ้นขายบนเว็บ ซึ่งเปิดมาไม่กี่ปีก็สามารถกินตลาดไปได้ถึง 50.7% ตอนนี้ไม่ว่าแบรนด์ใหญ่ระดับโลกแค่ไหนก็เข้าหาลูกค้าจีนด้วยการเปิดหน้าเว็บกับ Tmall กันทั้งสิ้น ทั้งเบนซ์ ไนกี้ ชาแนล ฯลฯ

2. Jingdong (Jd.com)

2013-09-03_15-45-47

เพิ่งเปลี่ยนชื่อเว็บให้สั้นลงมาเป็น jd.com จำง่าย เพื่อเน้นขายสินค้าตั้งแต่อาหารสด ของในซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมไปถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ต่างๆ จุดเด่นคือ การส่งในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่งภายใน 100 นาที (ในกรณีอาหารสด)

3. Tencent (wanggou.com)

2013-09-03_15-44-12

บริษัทอินเตอร์เน็ตในตำนานที่ทำทุกอย่างที่ควรจะทำ ไม่ว่าจะเป็นการโคลนนิ่ง MSN, twitter, facebook, instagram ส่วนเว็บขายของตัวเองก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคพอสมควร กินตลาดไป 5.6% แต่ก็ถือว่ายังไม่สามารถฉีกตัวให้ต่างจากคู่แข่งรายอื่นได้

4. Suning (suning.com)

2013-09-03_15-50-25

เจ้าของธุรกิจร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในจีนที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 1990 มีสาขากว่า 900 สาขาทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ ปรับตัวทันโลกอี-คอมเมิร์ซมาเปิดเว็บไซต์ชื่อเดียวกัน แต่นอกจากจะขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว วันนี้ยังมีของสดอย่างปู เสื้อผ้า เครื่องประดับให้เลือกช้อปกันด้วย

5. Amazon.cn

2013-09-03_15-54-00

น้อยคนที่จะรู้ว่าก่อนที่จะมาเป็น amazon.cn นั้นเว็บนี้มีชื่อว่า joyo.com เป็นเว็บขายหนังสือออนไลน์เว็บแรกๆ ของจีน ซึ่งมีผู้ก่อตั้งคือ “เหลย จุน” ที่วันนี้มาดังในโลกสมาร์ทโฟนเพราะสร้างมือถือแอนดรอยด์โลว์คอร์สในนามว่า “เสี่ยวหมี่” นั่นเอง โดย Joyo ถูกซื้อไปโดย Amazon อเมริกาและเปลี่ยนชื่อเป็น amazon.cn ในปี 2004  ซึ่งรูปแบบการจัดเว็บและสินค้าที่ขายก็แทบไม่ต่างจากฝั่งอเมริกา เพราะมีทั้งเครื่องอ่าน E-Book และหนังสือภาษาจีนให้เลือกช้อปมากมาย

6.  Vipshop.com

2013-09-03_15-58-16

เว็บนี้เติบโตพร้อมกับสัดส่วนของชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยสินค้าในเว็บทุกชิ้นการันตีว่าแบรนด์ของแท้จากแบรนด์ดังที่กล้านำมาขายในราคาถูกกว่าท้องตลาด ซึ่งถือเป็นเว็บอันดับต้นๆ ของสาวออฟฟิศในจีนเลยทีเดียว

 7. Gome.com.cn

2013-09-03_16-03-46

โกมี่ เป็นคู่แข่งของ Suning ที่มีร้านค้าปลีกขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอทีอยู่ทั่วจีนกว่า 1,400 สาขา ก็มีหน้าร้านของตัวเองทั้งทาง gome.com.cn และทาง tmall กับ gome.tmall.com ด้วย นอกจาก gadget แล้ว ทางเว็บก็ยังขายสินค้าอุปโภคบริโภคด้วย

8. Dangdang.com

2013-09-03_16-17-53

ตังตัง หรืออีกหนึ่งเว็บขายหนังสือในตำนานของจีน ที่มีผู้ก่อตั้งเป็นสตรี สามารถผลักดันตัวเองเข้าสู่ตลาดหุ้นแนสแด็กในอเมริกาได้ ซึ่งวันนี้ตังตังได้ขายเว็บของตัวเองเพื่อไปขายสินค้าอีกสารพัดหมวด รวมถึงการเปิดหน้าร้านที่ Tmall เพื่อหาลูกค้าใหม่อีกช่องทางนึงด้วย

9. yihaodian.com

2013-09-03_16-21-22

อี้เฮ้าเตี้ยน เว็บที่ดังจากการทำซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ และบนมือถือด้วยระบบ Augmented Reality และการสแกน QRcode เพื่อช้อปปิ้งสินค้าจากป้ายโฆษณาในรถไฟฟ้า จุดเด่นของ อี้เฮ้าเตี้ยน คือ การได้พันธมิตรอย่างวอล์มาร์ท (วอล์มาร์ทมาถือหุ้น) ทำให้มีสินค้าให้เลือกเยอะ และเน้นการส่งสินค้ารวดเร็ว และโดยเฉพาะกับข่าวอาหารพิษในจีนทำให้ตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีอี้เฮ้าเตี้ยนเป็นตัวเลือกระดับต้นๆ

10 vancl.com

2013-09-03_16-14-04

แวงเคิล เว็บขายเสื้อผ้าและของใช้ในบ้านที่เน้นดีไซน์เรียบๆ ไร้แบรนด์แบบยูนิโคลและมูจิผสมกัน แต่สิ่งที่ต่างจากแบรนด์ญี่ปุ่น 2 แบรนด์ก็คือ ราคามหาถูก เพราะทางเว็บออกแบบ สั่งผลิต และขายเองทั้งหมด

ถึงตอนนี้เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายคนคงได้คุ้นเคยกับตลาดอี-คอมเมิร์ซจีนกันมากยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งที่เรารู้ได้แน่ก็คือ ไม่ว่าฝั่งตะวันตกมีเทรนด์อะไร ที่จีนก็เช่นกัน เพียงแต่บรรยากาศของตลาดนั้นคึกคักกว่าด้วยทั้งมีผู้ซื้อมากมาย และสินค้าที่มีหลายเกรดให้เลือกช้อปจนลายตานั่นเอง