Product หรือ Service อะไรสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์ ?

คำถามยอดฮิตในการเริ่มต้นขายของออนไลน์ก็คือ อะไรสำคัญที่สุดในการขาย ?

หากสินค้าดี ราคาเก๋ แต่บริการแย่…. ใครจะซื้อ ?

แต่หากบริการโดดเด่น แต่สินค้าไม่น่าตรงใจ…. ลูกค้าจะซื้อไปทำไม ?

แล้วแบบนี้ ถ้าเราจะขายของออนไลน์ล่ะ ควรต้องทำยังไงบ้าง !?

คำตอบของคำถามนี้มีอยู่ว่า…

Product is King & Service is Key

การจะเริ่มต้นทำ e-Commerce หรือขายของออนไลน์นั้น ปฎิเสธไม่ได้ว่า “สินค้า หรือบริการ” คือเรื่องสำคัญที่สุด อันที่จริงไม่เฉพาะการขายของออนไลน์ แต่การขายทุกประเภท Product ก็เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ของการขายเช่นเดียวกันนะคะ

แต่หากสินค้าดี แต่บริการแย่ ลูกค้าก็ย่อมจะเปลี่ยนไปตามหา สินค้าที่คล้าย ๆ กัน หรือเหมือนกันในบริการที่ดีกว่าจากที่อื่น ยิ่งการซื้อขายของออนไลน์ด้วยแล้ว ก็เปลี่ยนไปช้อปเว็บอื่น ยิ่งทำได้ง่ายนิดเดียว…จริงไหมคะ

ดังนั้นหากคุณจะขายของออนไลน์จึงต้องคิดไว้ว่า สินค้าที่ดีคือหัวใจ แต่บริการที่ดีก็จะช่วยดันให้ร้านของคุณประสบความสำเร็จ

ว่าแต่แล้วขายของออนไลน์ต้องนำเสนอสินค้าอย่างไรบ้าง ถึงจะดึงดูดลูกค้าได้นะ… วันนี้เรามีเคล็ดลับในฝากขของการนำเสนอสินค้ามาฝากกันค่ะ

1. รูปของสินค้า คือ เรื่องแรกที่ต้องคิดถึง

หนึ่งในประสาทสัมผัสที่ลูกค้าสามารถรับรู้ถึงสินค้าของเราในโลกออนไลน์ และทรงประสิทธิภาพก็คือ “สายตา” ดังนั้นภาพสินค้าที่สวยงาม ก็จะดึงดูดให้ลูกค้าสนใจได้ง่าย ที่สำคัญภาพสินค้าที่สวยยังช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยนะ! ไม่เชื่อคุณลองดูภาพ A และ B ด้านบน แล้วบอกเราหน่อยสิคะ ว่าคุณจะเลือกช้อปชิ้นไหน

2. ยิ่งรายละเอียดเยอะเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือได้เท่านั้น

ความน่าเชื่อถือเป็นปัญหาสำคัญอันดับต้น ๆ ของการขายของออนไลน์ ดังนั้นหากเราสามารถที่จะแก้ปัญหานี้ได้ ก็จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น และกล้าที่จะสั่งสินค้ากับร้านของเรามากขึ้น ซึ่ง “ข้อมูลของสินค้า” เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับร้านได้

ยิ่งข้อมูลเยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าเรารู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับสินค้า และยิ่งกว่านั้นลึก ๆ แล้วยังทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ด้วยว่า เรามีสินค้าอยู่จริง แหม ก็ถ้าไม่ม่ีของอยู่ จะโชว์ภาพสินค้าจริง หรือวัดขนาดโชว์แยกแต่ละชิ้นเลย.. ก็คงจะทำไม่ได้จริงไหมคะ

อ่อ แต่ข้อมูลก็ไม่จำเป็นต้องมีแค่รูปภาพนะคะ จะนำเสนอเป็นข้อความ, วีดีโอ  หรือกระทั่งเสียง ก็ได้เหมือนกันนะ

3. ยิ่งกว่าการใส่รายละเอียด คือการแสดงฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระหว่างบอกว่าผ้าเช็ดเท้าผืนนี้ขนาด 30 cm. กับวีดีโอที่แสดงขึ้นมาว่า ผ้าเช็ดเท้าผืนนี้สามารถเก็บรอยโคลนที่ติดรองเท้าออกมาได้หมด เมื่อเช็ดแล้ว เดินออกมาไม่มีคราบเลยสักนิด ….แบบไหนที่ทำให้คุณซื้อผ้าเช็ดเท้าผืนนี้คะ !?

นอกจากรายละเอียดที่ให้ไว้เยอะแยะแล้ว คุณควรเลือกเอา Function เด็ด มาโชว์ให้กับผู้ซื้อได้เห็น ว่าสินค้าของคุณสามารถนำไปใช้งานได้อย่างไร และโดดเด่นกว่าสินค้าชิ้นอื่น ๆ แบบไหน ที่สำคัญกว่านั้น หากสินค้าของคุณ ไม่ใช่สินค้าที่กระตุ้นความต้องการของผู้คนแล้วล่ะก็ การโชว์ฟังก์ชั่นในรูปแบบของข้อความ ก็ยังช่วยทำให้คนที่ค้นหาสิ่งของมาตอบสนองความต้องการของเขา ค้นหาสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะ

4. ปิดท้ายด้วยการกระตุ้นความรู้สึก “อยากได้”

ถึงแม้เนื้อหาจะดี แต่ก็ต้องมีการกระตุ้นกันหน่อย เพราะเจ้าสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Emotion นี่แหละค่ะ ที่เป็นตัวสร้าง Order อย่างแท้จริง! ก็แหม เลือกโทรศัพท์จากฟังก์ชั่นมาแล้วนะ สุดท้ายก็ยังต้องเลือกสีอยู่ดี ? อ่ะ จริงไหมคะ ดังนั้นหากอยากให้ลูกค้าสั่งซื้อทันที จ่ายเงินทันควันแล้วล่ะก็ เติมภาพ หรือข้อความที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์….อยากซื้อ เข้าไปซะหน่อย รับรองว่าปัง

อ่านถึงตรงนี้หลายคนคงคิดในใจ เอ๊ะ ถ้านำเสนอเป็นภาพก็พอนึกออก แล้วถ้าเป็นข้อความล่ะ ! ข้อความที่กระตุ้นความรู้สึกได้ก็อย่าเช่น คูปองส่วนลด, ส่วนลดพิเศษเพื่อคุณ หรือกระทั่ง ใส่ชุดนี้แล้วปังชัวร์! ประมาณนี้ยังไงล่ะคะ หรือถ้าใครจะเติม Call to action ลงไปอีกก็ไม่ว่ากัน

Call to action หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า CTA นะครับ คำว่า CTA นั้นหมายถึงปุ่ม หรือป้ายแบนเนอร์ หรือกราฟิกชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือจะเป็นตัวอักษรก็ได้ที่อยู่บนเว็บไซต์ที่พร้อมจะให้ผู้ใช้คลิก แล้วมันจะพาผู้ใช้ไปสู่หน้าเว็บไซต์อีกหน้าที่นักการตลาดมุ่งหวังไว้ในใจว่าอยากจะให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เข้าไปดู เพื่อที่จะวัดผลว่ามีจำนวนคนคลิกไปทั้งหมดกี่ครั้ง – ที่มา ศัพท์น่ารู้: Call-to-Action คืออะไร หมายความว่าอะไรในเชิง Digital Marketing

และนี่ก็คือเคล็ด (ไม่) ลับ 4 ข้อ ที่จะทำให้สินค้าของคุณโดดเด่น และดึดดูดลูกค้าเข้าร้านจนทำให้เกิดยอดขายได้ในที่สุดค่ะ ที่จริงต้องบอกว่าในสี่ข้อที่กล่าวมาในบทความนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดูยิ่งใหญ่ หรือ Advance อะไรนะคะ แต่พื้นฐานนี่แหละ ที่หลาย ๆ ร้านค้ามักจะหลงลืมกัน

แต่สุดท้าย Product ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร้านค้าประสบความสำเร็จ อย่าโฟกัสกับ Product จนลืม Service ไปนะคะ ในบทความหน้าเราจะมาเล่าให้ฟังกันต่อในเรื่องของ Service พื้นฐานที่คนขายของออนไลน์ต้องมี! รอติดตามกันได้เลยค่ะ!

——————————————–

อ่านกันมาแล้ว ตามมากด Likeเพจ LnwShop เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนและ LnwShop กันหน่อยน้า

Sayreya

นักเล่าเรื่อง ที่ชอบกิน, เล่นเกม และช้อปออนไลน์

ปิดโหมดสีเทา